หนังสือ...มันไร้สาระ
posted on 22 Nov 2009 16:35 by freedom-wiz-tal.
.
.
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้
ไม่ได้อิงมาจากการสำรวจเอเบคโพล
ไม่ได้อิงมาจากผลงานวิจัย
ไม่ได้อิงมาจากผู้ใดทั้งสิ้น
เพียงแต่เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ พึ่งเจอกับตัวเองมา
สดๆร้อนๆ
ในฐานะที่ตัวเองก็ยังเป็นเด็ก(16 ก็ยังเด็กน่ะ)
เลยอยากจะมาแบ่งปันความคิด
ให้ใครหลายๆคน เพื่อมันอาจจะไปกระตุ้นอะไรบางอย่างได้
บ่ายวันนี้ วันที่ 22 เดือน 11 ปี 2552
ฉันเดินอยู่ในร้านหนังสือเพื่อฆ่าเวลาทิ้ง
คนค่อนข้างแออัด เพราะมันคือวันหยุดสุดสัปดาห์
ฉันหยุดยืนดูหนังสือศิลปะ ข้างๆคือผู้หญิงวัยกลางคน
ที่กำลังยืนดูหนังสือตกแต่งบ้าน ซึ่งอยู่บล๊อกตรงข้ามกับหนังสือศิลปะ
สักพักเด็กหญิงชุดสีชมพู ผมสั้น ประมาณเด็กประถมต้น
เดินมาพร้อมกับหนังสือนิทานสีสวยในมือ
เด็กหญิงยื่นหนังสือนิทานเล่มนั้น
ให้ผู้หญิงวัยกลางคนที่ยืนข้างๆตัวของฉัน
"แม่ หนูเอาเล่มนี้นะ"
เด็กหญิงพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
ผู้หญิงคนนั้นรับหนังสือนิทานขึ้นมา เปิดดูประมาณ สองสามหน้า
เธอยื่นหนังสือคืนไปที่เด็กน้อย
"ไม่ต้องเอาหรอก มันไร้สาระ"
!!!
(ฉันหันหน้าไปฟังอย่างเต็มที่
หลังจากที่แอบฟังมานาน )
"ไร้สาระ ยังไงอ่า"
เด็กน้อยถามขึ้น ดวงตาเริ่มละห้อย จ้องมองหนังสือในมือ
ด้วยความเสียดาย
"มันแพง ตั้ง 85 บาท"
(พระพุทธเจ้า!!!!!)
เด็กน้อยกอดหนังสือในอ้อมแขน แล้วหันหลังกลับ
วางหนังสือไว้บนชั้นเหมือนเดิม
จากนั้น ฉันคาดว่า เด็กน้อยคนนั้น
อาจกำลังหาหนังสือที่ราคาถูกกว่า 85 บาท
เพราะมันอาจจะมีสาระ
ฉันหมดอารมณ์ที่จะดูหนังสือต่อ
ก้าวเท้าออกมาจากตรงนั้นให้ไว้ที่สุด
เพราะกลัวเส้นเลือดในสมองแตกตาย
จากเลือกที่จะเดินอยู่ในห้างเพื่อฆ่าเวลา
ฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากกล่องแอร์ใบใหญ่
พร้อมกับความคิดมากมายในหัว
น่าแปลกที่คำพูดสี่ห้าประโยคทำฉันอารมณ์เสียอย่างนี้
ฉันมานั่งคิดทบทวนใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จึงได้สาเหตุตัวแม่เป้ง
ที่ทำให้เด็กไทยของเราอ่านหนังสือกันน้อย
นั่นเป็นเพราะ ผู้ปกครอง หรอกหรือ
ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย
คงเป็นเพราะ แม่ของฉันเป็นครูสอนเด็กอนุบาล
ตอนเด็กๆฉันเลยได้เลือกที่จะซื้อหนังสือมาอ่าน
ซื้อสมุดระบายสี มาระบายสีเล่น
บ่อยครั้งที่อ้อนแม่ซื้อแล้วแม่จะบอกว่าแพง
แต่แม่ก็ไม่เคยที่จะไม่ซื้อให้
คงเพราะแบบนั้น ปัจจุบันฉันเลยชอบอ่านมากกว่าฟัง
และชอบเขียนมากกว่าพูด
แต่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้
ก็อดที่จะโทษผู้ปกครองบางส่วนไม่ได้
ถ้าเพียงแค่เขาคิดว่า หนังสือราคาแพงนั้นคือหนังสือไร้สาระ
และเลือกที่จะจ่ายเงินให้ลูกไปเล่มเกมส์
วันละ สิบบาท สิบห้าบาท
เพียงเพราะมันถูก
และมันจึงมีสาระ!!!
เด็กจึงเลือกที่จะดูละคร ดูโทรทัศน์
เพียงเพราะมันเสียเงินไม่มาก
และมันมีสาระ!!!
เด็กจึงเลือกที่ปฏิเสธหนังสือ
เพราะมันแพง
และไร้สาระ!!!
พี่สาวของฉันเคยบอกว่า
ภาษีหนังสือในเมืองไทยค่อนข้างแพง
และฉันคิดว่ามันจริง
หนังสือดีๆนั้น ร้อยละ 90
ราคาไม่ต่ำกว่า 100 แน่ๆ
ในฐานะที่ตัวเองเป็นนักอ่านคนหนึ่ง
จึงขอบอกตามตรงว่า
บางครั้งฉันเดินเข้าร้านหนังสือ
เลือกเล่มที่จะอ่านไว้ แน่นอนมันมากกว่า 20 เล่ม
และที่ฉันอ่านได้แค่เพียง 1 ใน 20 เล่ม
เพราะราคามันแพง
ยิ่งหนังสือดีๆ คนเขียนดังๆ คนแปลเด่นๆ
รางวัลเยอะๆ ยิ่งแพงหูฉีก
และนักเรียนอย่างพวกเรา
ก็มีสิทธิ์ที่จะซื้อได้น้อย
เพราะเราไม่ได้มีรายได้ เรายังต้องพึ่งพิงพ่อแม่ของเรา
ซึ่งท่านไม่ได้มีฐานะดีเลิศเลออะไรขนาดนั้น
และทางออกที่ดีที่สุด ก็คือห้องสมุด
โชคดีหน่อยที่ ห้องสมุดในโรงเรียนของฉันอยู่ในระดับดี มีหนังสือใหม่ๆ ดีๆ และ แพงๆ
ให้มาอ่านเล่นตลอด
แต่ห้องสมุดบางแห่ง มีแต่หนังสือบริจาค
และมันก็ยังดูไม่เป็นที่สนใจของนักเรียนอยู่ดี
โดยเฉพาะห้องสมุดในโรงเรียนนอกเมือง
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้
ระบาย 99% อีก 1% ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร
แต่ก็อยากให้หน่วยงานของรัฐบาลหันมาสนใจ
และทุ่มเทกับการอ่านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดัน
การศึกษาไทยได้บ้าง ไม่มากก็น้อย
อยากให้เด็กๆได้มีหนังสือดีๆ ราคาถูกๆ
ไม่ใช่หนังสือเด็กแต่ราคาเหยียบร้อย
มันเกินไป
เด็กจะได้มีสิทธิ์ที่จะเลือกหนังสือดีๆ มาอ่าน
ผู้ปกครองก็จะได้ไม่ต้องพูดว่า
"หนังสือมันไร้สาระ เพราะราคามันแพง"
